ความสนใจของชาวรัสเซียในอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตเพิ่มขึ้น
- Published:
- Updated:
- จาก M2HomeHub
- 0 ความคิดเห็น
การเติบโตของความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ไทย
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ความสนใจของชาวรัสเซียในอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับชาวรัสเซียที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย สถิติแสดงให้เห็นว่ามีการซื้ออสังหาริมทรัพย์จำนวน 820 แห่ง โดยเพิ่มขึ้น 46.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
การย้ายความสนใจจากตลาดอื่น
ชาวรัสเซียได้เปลี่ยนความสนใจจากตลาดอื่นๆ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดจากสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่มีมูลค่าประมาณ 360 พันล้านบาท ซึ่งทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น
ภูเก็ต: จุดหมายปลายทางยอดนิยม
ภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับชาวรัสเซียที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยในไตรมาสที่สองของปี 2026 มีการยื่นคำขอซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตคิดเป็น 63.2% ของคำขอทั้งหมดในประเทศ ในขณะที่ชลบุรีและกรุงเทพฯ มีส่วนแบ่งตลาดที่น้อยกว่า
การเปลี่ยนแปลงของราคาตลาด
ราคาของอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในกลุ่มที่พักอาศัยหรูหรา ขณะเดียวกันราคาตลาดในกรุงเทพฯ กลับมีการลดลงเนื่องจากความต้องการภายในประเทศที่ต่ำลง ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของราคาทำให้ผู้ซื้อมีความระมัดระวังมากขึ้นในเรื่องของงบประมาณ
แนวโน้มในอนาคต
ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการจำกัดการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในยุโรป ชาวรัสเซียหันมาสนใจประเทศไทยมากขึ้น และกลายเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากชาวจีนในตลาดคอนโดมิเนียมในประเทศไทยในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยมีการซื้อคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการซื้ออสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติ
การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติอาจมีความซับซ้อนในบางขั้นตอน แต่ก็สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นหากมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ชาวต่างชาติสามารถซื้อคอนโดมิเนียมได้โดยตรง แต่หากต้องการซื้อที่ดิน จะต้องทำผ่านการเช่าระยะยาวหรือผ่านบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย
ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการซื้อ โดยการทำสัญญาซื้อขายควรมีการตรวจสอบโดยทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในกฎหมายไทย การตรวจสอบนี้จะช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เมื่อทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำสัญญาซื้อขายและการชำระเงินมัดจำ ซึ่งมักจะอยู่ที่ประมาณ 10% ของราคาซื้อขายทั้งหมด หลังจากนั้นจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ ชาวต่างชาติยังควรพิจารณาเรื่องการขอวีซ่าหรือใบอนุญาตพำนักในประเทศไทย เพื่อให้สามารถอยู่ในประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการพำนักและวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ
0 ความคิดเห็น
- ไม่พบความคิดเห็น