Sansiri เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 21 โครงการในครึ่งปีหลัง
- Published:
- Updated:
- จาก M2HomeHub
- 0 ความคิดเห็น
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI หนึ่งในผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทย ได้รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2023 ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้สุทธิ 1.005 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% และรายได้รวม 7.544 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดีขึ้นในโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม รวมถึงตลาดพรีเมียมและตลาดกลาง
ในครึ่งปีแรก แสนสิริสามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 1.869 พันล้านบาท และรายได้รวม 14.235 พันล้านบาท ซึ่งเกินเป้าหมายขายครึ่งปีแรกที่ตั้งไว้ที่ 25.5 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการที่ขายหมดแล้วจำนวน 12 โครงการ มูลค่ากว่า 18 พันล้านบาท และอีก 8 โครงการที่ยังอยู่ระหว่างปิดการขาย
แผนการเปิดตัวโครงการใหม่
ในครึ่งปีหลัง แสนสิริมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 21 โครงการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาในทำเลที่มีความต้องการที่แท้จริงสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน โครงการที่น่าสนใจได้แก่ XT 10 เอกมัย ซึ่งมีมูลค่า 6.4 พันล้านบาท และได้บรรลุเป้าหมายการขายกว่า 30% แล้ว นอกจากนี้ยังมีบ้านที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทที่ทำผลงานได้ดีในครึ่งปีแรก
ความท้าทายและโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับความท้าทาย เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจที่จำกัด หนี้ครัวเรือนที่สูง และความเสี่ยงระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม แสนสิริยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันด้วยการจัดการพอร์ตโฟลิโออย่างครอบคลุมและการกำหนดกลยุทธ์ที่เจาะจงพื้นที่ที่มีความต้องการจริง
การพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขาย
แสนสิริยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขาย เพื่อเสริมสร้างตำแหน่งความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมีการใช้เทคโนโลยีการก่อสร้าง Precast ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความทนทาน พร้อมด้วยทีมบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพจาก Plus Property Co., Ltd. ที่พร้อมให้บริการอย่างต่อเนื่อง
การลงทุนและการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต
สำหรับนักลงทุนที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ต การเปิดตัวโครงการใหม่ของแสนสิริอาจเป็นโอกาสที่น่าสนใจ เนื่องจากภูเก็ตเป็นหนึ่งในทำเลที่มีความต้องการสูงทั้งสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ทำเลดีสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงได้ในระยะยาว
นอกจากนี้ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยสำหรับชาวต่างชาติมีขั้นตอนที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เช่น การขอวีซ่าและสิทธิในการถือครองที่ดิน การทำความเข้าใจในกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และข้อกำหนดทางกฎหมายจะช่วยให้การลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
การขอวีซ่าและสิทธิในการถือครองที่ดินสำหรับชาวต่างชาติ
การขอวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในไทยเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เนื่องจากการมีวีซ่าที่ถูกต้องจะช่วยให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น โดยทั่วไปแล้วชาวต่างชาติสามารถขอวีซ่าประเภทต่างๆ ได้ เช่น วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าทำงาน หรือวีซ่าลงทุน ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป
นอกจากนี้ การถือครองที่ดินในไทยสำหรับชาวต่างชาติจะมีข้อจำกัดบางประการ โดยทั่วไปแล้วชาวต่างชาติไม่สามารถถือครองที่ดินในชื่อของตนเองได้ แต่สามารถถือครองคอนโดมิเนียมได้ในสัดส่วนไม่เกิน 49% ของพื้นที่ทั้งหมดของโครงการคอนโดมิเนียมนั้นๆ การทำความเข้าใจในข้อกำหนดเหล่านี้จะช่วยให้การลงทุนเป็นไปอย่างปลอดภัยและมั่นคง
การเลือกทำเลที่มีศักยภาพสูงและการตรวจสอบเอกสารทางกฎหมายอย่างละเอียดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การมีที่ปรึกษาทางกฎหมายที่เชี่ยวชาญจะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
0 ความคิดเห็น
- ไม่พบความคิดเห็น